โปรแกรมหอพัก ห้องเช่า ราคาเท่าไรถึงคุ้ม 2569 — สูตรจุดคุ้มทุน + เครื่องคิดเลข ROI (หอ 20 / 40 / 80 ห้อง)
- หอไม่เกิน 10 ห้อง — มีแพ็กฟรีถาวร ต้นทุน 0 บาท ไม่ต้องคิด ROI
- หอ 20 ห้อง ค่าโปรแกรม ฿590 = ห้องละ 29.50 บาท/เดือน (0.94% ของรายได้ค่าเช่า) · 40 ห้อง = ห้องละ 14.75 บาท (0.47%) · 80 ห้อง ฿1,990 = ห้องละ 24.88 บาท (0.79%)
- หอ 40 ห้องคุ้มด้วยเวลาอย่างเดียวได้ง่ายที่สุด (จุดคุ้มทุนที่ค่าเวลา 88.5 บาท/ชม.) ส่วนหอ 20 และ 80 ห้องมักคุ้มจากการ กันเงินรั่ว และ ไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม มากกว่าเวลา
- ใส่ตัวเลขหอของคุณใน เครื่องคิดเลขด้านล่าง ได้เลย
สูตรจุดคุ้มทุนของโปรแกรมหอพัก
คำถาม "ราคาเท่าไรถึงคุ้ม" ตอบด้วยราคาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา ซึ่งมีแค่ 2 ก้อน คือ เวลา กับ เงินที่เคยรั่ว
คุ้ม เมื่อ มูลค่าที่ได้คืน > ค่าโปรแกรมต่อเดือน
- ชั่วโมงที่ประหยัด — เวลางานซ้ำที่ระบบทำแทน: คิดเลขมิเตอร์ ทำบิล ส่งบิลทีละห้อง เช็กสลิป ลงรับเงิน ทวงคนค้าง
- ค่าเวลาต่อชั่วโมง — ขั้นต่ำสุดที่อ้างอิงได้คือค่าแรงขั้นต่ำ กรุงเทพฯ 400 บาท/วัน (มีผล 1 ก.ค. 2568) = 50 บาท/ชม. เมื่อคิดวันละ 8 ชั่วโมง ถ้าคุณมีงานประจำ ให้ใช้รายได้ต่อชั่วโมงของงานหลักแทน
- เงินรั่ว — สลิปที่เงินไม่เข้าจริง บิลที่ลืมออก ค่าน้ำค่าไฟที่คิดขาด ยอดค้างที่ไม่มีใครทวง
ค่าโปรแกรมคิดเป็นต่อห้องและเป็นกี่ % ของรายได้
ตารางนี้ใช้ราคา WeLive ณ 4 ต.ค. 2569 (หอ 11–60 ห้อง ฿590/เดือน · เกิน 60 ห้องหรือหลายหอ ฿1,990/เดือน สูงสุด 500 ห้อง 10 หอ) รายได้ค่าเช่าคิดจากห้องละ 3,500 บาท อัตราเข้าพัก 90%
| ขนาดหอ | แพ็กเกจ | ต่อเดือน (บาท) | ต่อห้อง/เดือน | ต่อห้อง (จ่ายรายปี) | รายได้ค่าเช่า/เดือน | ค่าโปรแกรม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 20 ห้อง | Premium | 590 | 29.50 | 24.58 | 63,000 | 0.94% |
| 40 ห้อง | Premium | 590 | 14.75 | 12.29 | 126,000 | 0.47% |
| 80 ห้อง | Professional | 1,990 | 24.88 | 20.73 | 252,000 | 0.79% |
ทุกขนาดอยู่ต่ำกว่า 1% ของรายได้ ตัวเลขนี้บอกว่า "จ่ายไหว" แต่ยังไม่ได้บอกว่า "คุ้ม" ต้องดูตารางถัดไป
ต้องได้เวลาคืนกี่ชั่วโมงต่อเดือนถึงคุ้ม
จุดคุ้มทุน (ชั่วโมง/เดือน) = ค่าโปรแกรมต่อเดือน ÷ ค่าเวลาต่อชั่วโมง ตารางนี้นับ เวลาอย่างเดียว ยังไม่รวมเงินรั่ว
| แพ็กเกจ | ค่าเวลา 50 บาท/ชม. | 100 บาท/ชม. | 200 บาท/ชม. |
|---|---|---|---|
| Premium ฿590/เดือน | 11.80 ชม. | 5.90 ชม. | 2.95 ชม. |
| Premium รายปี ฿5,900 (เฉลี่ย ฿491.67/เดือน) | 9.83 ชม. | 4.92 ชม. | 2.46 ชม. |
| Professional ฿1,990/เดือน | 39.80 ชม. | 19.90 ชม. | 9.95 ชม. |
| Professional รายปี ฿19,900 (เฉลี่ย ฿1,658.33/เดือน) | 33.17 ชม. | 16.58 ชม. | 8.29 ชม. |
แปลงเป็นต่อห้องที่ค่าเวลา 100 บาท/ชม.: หอ 20 ห้องต้องประหยัดได้ห้องละ 17.7 นาที/เดือน · หอ 40 ห้อง ห้องละ 8.9 นาที · หอ 80 ห้อง (แพ็ก 1,990) ห้องละ 14.9 นาที
ตัวอย่าง: ถ้าระบบประหยัดได้ห้องละ 10 นาทีต่อเดือน
10 นาที/ห้อง/เดือน เป็น สมมติฐานสำหรับตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่วัดมา หอที่ยังเขียนบิลมือและส่งทีละห้องมักได้มากกว่านี้ หอที่ใช้ Excel คล่องแล้วอาจได้น้อยกว่า ควรจับเวลาของตัวเอง (วิธีอยู่ในหัวข้อถัดไป)
| ขนาดหอ | เวลาที่ได้คืน/เดือน | มูลค่า @50 | @100 | @200 | ค่าโปรแกรม | คุ้มเมื่อค่าเวลา ≥ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 20 ห้อง | 3.3 ชม. | 167 | 333 | 667 | 590 | 177.0 บาท/ชม. |
| 40 ห้อง | 6.7 ชม. | 333 | 667 | 1,333 | 590 | 88.5 บาท/ชม. |
| 80 ห้อง | 13.3 ชม. | 667 | 1,333 | 2,667 | 1,990 | 149.3 บาท/ชม. |
เครื่องคิดเลข ROI — ใส่ตัวเลขหอของคุณ
แก้ตัวเลขได้ทุกช่อง ผลคำนวณเปลี่ยนทันที ราคาแพ็กเลือกให้ตามจำนวนห้อง (ถ้ามีมากกว่า 1 หอในบัญชีเดียวให้ดูแพ็ก Professional)
เครื่องคิดเลขทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่ส่งตัวเลขไปที่ใด · ราคาที่ใช้: ไม่เกิน 10 ห้อง ฟรี · 11–60 ห้อง ฿590/เดือน หรือ ฿5,900/ปี · 61–500 ห้อง ฿1,990/เดือน หรือ ฿19,900/ปี · เกิน 500 ห้องติดต่อทีม
ก้อนที่สอง: เงินรั่วที่กันได้ มักใหญ่กว่าค่าเวลา
| รายการ | มูลค่า (บาท) | เท่ากับค่าแพ็ก ฿590 กี่เดือน |
|---|---|---|
| บิล 1 ใบที่เงินไม่เข้าจริง (ค่าเช่า 3,500 + น้ำไฟ 600) | 4,100 | 6.9 |
| ห้องว่างเพิ่ม 1 วัน (ค่าเช่า 3,500 ÷ 30) | 116.67 | 0.2 |
| จ้างธุรการ/ผู้ดูแลหอ 1 คน 1 เดือน (ขั้นต่ำในประกาศรับสมัครที่ตรวจ 14 ก.ย. 2569) | 12,000 | 20.3 |
บิล 4,100 บาทที่หลุดไปเพียงใบเดียวจ่ายค่าโปรแกรมได้เกือบ 7 เดือน ระบบที่เทียบสลิปกับยอดบิลและกันสลิปซ้ำจึงคืนทุนได้จากเหตุการณ์เดียว (ดูวิธีตรวจใน สลิปปลอมดูยังไง 7 จุดสังเกต) และสำหรับหอ 60–80 ห้องขึ้นไป คำถามจริงมักไม่ใช่ "590 หรือ 1,990" แต่คือ "ต้องจ้างคนเพิ่มไหม" — เงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาทเดือนเดียวเท่ากับค่าแพ็ก ฿1,990 ราว 6.0 เดือน (เทียบต้นทุนเต็มใน จ้างนิติ/ผู้จัดการหอ vs ใช้ระบบ)
ข้อควรระวัง: เงินรั่วเป็นตัวเลขที่ ประเมินเกินจริงได้ง่าย ถ้าหอคุณไม่เคยเจอสลิปปลอมหรือบิลตกหล่นเลย ให้ใส่ 0 ในเครื่องคิดเลข แล้วดูว่าเวลาอย่างเดียวคุ้มไหม
วัดตัวเลขของหอคุณเองใน 1 รอบบิล
- จับเวลางานรอบบิลปัจจุบัน — ตั้งแต่จดมิเตอร์ คิดเลข ทำบิล ส่งบิล เช็กสลิป ลงรับเงิน จนถึงทวงคนสุดท้าย จดเป็นนาทีรวม แล้วหารจำนวนห้อง
- นับเงินรั่ว 3 เดือนย้อนหลัง — บิลที่ออกช้าหรือลืมออก ยอดที่คิดขาด สลิปที่ตามเงินไม่ได้ ยอดค้างที่ตัดใจไม่ทวง หารสามเป็นต่อเดือน
- ตีค่าเวลาของตัวเอง — ใช้รายได้ต่อชั่วโมงของงานหลัก หรืออย่างต่ำ 50 บาท/ชม. ตามค่าแรงขั้นต่ำกรุงเทพฯ
- ลองระบบกับห้องจริง 1 รอบบิล — เริ่มที่แพ็กฟรี (ไม่เกิน 10 ห้อง) หรือใช้แบบรายเดือนก่อน แล้วจับเวลาใหม่ด้วยวิธีเดิม ส่วนต่างคือ "นาทีที่ประหยัดต่อห้อง" ของจริง
- ใส่ตัวเลขในเครื่องคิดเลข — ถ้าส่วนต่างสุทธิเป็นบวกค่อยเปลี่ยนเป็นรายปี (Premium ประหยัด 1,180 บาท/ปี · Professional 3,980 บาท/ปี) ถ้าติดลบ ให้ดูหัวข้อถัดไป
กรณีที่จ่ายแล้วไม่คุ้ม
- ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่ใช้ LINE และจ่ายเงินสด — งานส่งบิลและตรวจสลิปซึ่งเป็นส่วนที่ประหยัดเวลามากที่สุดจะไม่ได้ใช้
- มีพนักงานประจำอยู่แล้วและไม่ได้ลดชั่วโมงงาน — เวลาที่ประหยัดได้เป็นของพนักงาน ไม่ได้กลับมาเป็นเงินของเจ้าของ เว้นแต่จะทำให้ไม่ต้องจ้างเพิ่มเมื่อหอขยาย
- สมัครแล้วไม่ย้ายข้อมูลเข้าจริง — ทำสมุดคู่กับระบบ เวลารวมเพิ่มขึ้นแทนที่จะลด ถ้าไม่มีเวลาคีย์ ให้ใช้ บริการติดตั้งให้ฟรี
- ต้องการแค่จดห้องและพิมพ์ใบเสร็จบนคอมเครื่องเดียว ใช้ยาวหลายปี — โปรแกรมแบบซื้อขาด (ราคาที่ตรวจ 30 ก.ย. 2569 ราว 1,605–30,000 บาทจ่ายครั้งเดียว) ถูกกว่าในระยะยาว ดู ซื้อขาด vs จ่ายรายเดือน
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมหอพักราคาเท่าไรถึงเรียกว่าคุ้ม?
คุ้มเมื่อค่าโปรแกรมต่อเดือนน้อยกว่ามูลค่าเวลาที่ได้คืนบวกเงินที่ไม่รั่ว สูตรคือ ชั่วโมงที่ประหยัดต่อเดือน × ค่าเวลาต่อชั่วโมง + เงินรั่วที่กันได้ต่อเดือน ถ้าผลรวมมากกว่าค่าโปรแกรมถือว่าคุ้ม ตัวอย่างแพ็ก 590 บาทต่อเดือน ถ้าตีค่าเวลาตัวเองชั่วโมงละ 100 บาท ต้องได้เวลาคืนอย่างน้อย 5.9 ชั่วโมงต่อเดือน
หอ 20 ห้อง จ่ายค่าโปรแกรมเดือนละ 590 บาท คุ้มไหม?
คิดเป็นห้องละ 29.50 บาทต่อเดือน หรือราว 0.94% ของรายได้ค่าเช่า (ค่าเช่า 3,500 บาท เข้าพัก 90%) ถ้าระบบประหยัดเวลาได้ห้องละ 10 นาทีต่อเดือน จะได้เวลาคืน 3.3 ชั่วโมง ซึ่งคุ้มด้วยเวลาอย่างเดียวก็ต่อเมื่อตีค่าเวลาตัวเองตั้งแต่ 177 บาทต่อชั่วโมงขึ้นไป หอขนาดนี้จึงมักคุ้มจากการกันเงินรั่ว เช่น บิล 4,100 บาทที่หลุดเพียงใบเดียวเท่ากับค่าโปรแกรม 6.9 เดือน
หอไม่เกิน 10 ห้อง ต้องคิด ROI ไหม?
ไม่ต้อง เพราะมีแพ็กฟรีถาวรสำหรับหอไม่เกิน 10 ห้อง ต้นทุนค่าโปรแกรมเป็น 0 บาท สิ่งที่ลงทุนมีเพียงเวลาตั้งค่าครั้งแรก เวลาที่ได้คืนทุกนาทีจึงเป็นกำไรทั้งหมด
ควรตีค่าเวลาของเจ้าของหอชั่วโมงละเท่าไร?
ขั้นต่ำสุดที่ใช้อ้างอิงได้คือค่าแรงขั้นต่ำ กรุงเทพมหานคร 400 บาทต่อวัน (มีผล 1 ก.ค. 2568) หรือ 50 บาทต่อชั่วโมงเมื่อคิดวันละ 8 ชั่วโมง ถ้าจ้างคนมาทำงานธุรการแทนต้นทุนจริงจะสูงกว่านี้ เจ้าของหอที่มีงานประจำควรใช้รายได้ต่อชั่วโมงของงานหลักเป็นตัวตั้ง ในบทความนี้แสดงผลไว้ 3 ระดับคือ 50 100 และ 200 บาทต่อชั่วโมง
จ่ายรายปีคุ้มกว่ารายเดือนเท่าไร?
แพ็ก Premium รายเดือน 590 บาท ครบปีจ่าย 7,080 บาท รายปี 5,900 บาท ประหยัด 1,180 บาท เฉลี่ยเดือนละ 491.67 บาท แพ็ก Professional รายเดือน 1,990 บาท ครบปีจ่าย 23,880 บาท รายปี 19,900 บาท ประหยัด 3,980 บาท ควรใช้รายเดือนจนครบอย่างน้อย 1 รอบบิลให้แน่ใจว่าเข้ากับหอก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นรายปี
มีกรณีไหนที่จ่ายค่าโปรแกรมหอพักแล้วไม่คุ้ม?
มี 3 กรณีหลัก คือ ผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่ใช้ LINE และจ่ายเงินสดจึงไม่ได้ใช้ส่วนส่งบิลและตรวจสลิป เจ้าของมีพนักงานประจำที่ต้องจ้างอยู่แล้วและไม่ได้ลดชั่วโมงงานลง และหอที่สมัครแล้วไม่ได้ย้ายข้อมูลเข้าระบบจริงจนยังทำงานสองทางคู่กัน ทั้งสามกรณีเวลาที่ได้คืนเข้าใกล้ศูนย์ ค่าโปรแกรมจึงเป็นรายจ่ายเปล่า
ลองกับห้องจริงก่อน แล้วค่อยคิดว่าคุ้มไหม
หอไม่เกิน 10 ห้องใช้ฟรีไม่จำกัดเวลา · 11–60 ห้อง ฿590/เดือน · ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่ต้องผูกบัตร ยกเลิกได้ทุกเมื่อ
- ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) — กรุงเทพมหานคร 400 บาท/วัน มีผล 1 ก.ค. 2568 · อ้างผ่าน Thai PBS, กรมประชาสัมพันธ์ และ FlowAccount (อัปเดต 6 พ.ค. 2569)
- ราคาแพ็กเกจ WeLive จากหน้าราคา getwelive.com ณ 4 ต.ค. 2569
- ช่วงเงินเดือนผู้ดูแลหอ/ธุรการอพาร์ตเมนต์ (ตรวจ 14 ก.ย. 2569) และช่วงราคาโปรแกรมซื้อขาด (ตรวจ 30 ก.ย. 2569) จากบทความของเราที่ลิงก์ไว้ข้างต้น
ตัวเลข "นาทีที่ประหยัดต่อห้อง" และ "เงินรั่ว" ในตัวอย่างเป็นสมมติฐานเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ผลวัดจากลูกค้า ผลจริงขึ้นกับวิธีทำงานเดิมของแต่ละหอ